Username :
Password :
 
 
 
ประวัติความเป็นมา
 
     
          ตำบลมะลวนนี้ มาจากคำว่า ม้าล้วง เนื่องจากมีวัดอยู่วัดหนึ่ง ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับ องค์การบริหารส่วนตำบลมะลวนในปัจจุบัน ฝั่งคลองทางทิศใต้ วัดนี้ไม่มีประประวัติว่าสร้างในสมัยใด แต่ตั้งขึ้นภายหลังวัดน้ำรอบ

      ด้วยเหตุที่เรียกว่ามะลวน ก็มาจากคำว่าม้าลวง คือวัดนี้มีสระน้ำอยู่สระหนึ่ง กว้าง 20x20 เมตร ปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่เป็นรูปสระน้ำ ริมสระในสมัยโบราณมีรูปปั้นม้า 1 ตัว ทำด้วยหินอ่อน และมีรูตรงก้นม้า ข้างตัวม้าเขียนเป็นภาษาขอม คนในตำบลมะลวนไม่มีใครสามารถอ่านออก บังเอิญได้มีคนเดินทางมาจากเมืองละโว้ (ลพบุรีในปัจจุบัน) เขาก็อ่านว่าในตัวม้านี้มีเงินทอง เพชรนิลจินดา แต่ถ้าใครไม่มีวาสนา จะเอาออกมาไม่ได้ โดยการเอามือล้วงเข้าไปในก้นม้าและจับเอาแก้วแหวนเงินทอง แต่ไม่มีใครสามารถเอาออกมาได้เพราะ เมื่อกำมือจะเอามือออกจากก้นม้าไม่ได้ จะต้องวางของและแบมือออกมา ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า ม้าล้วง และเปลี่ยนมาเป็นมะลวนในปัจจุบัน

      อีกประวัติหนึ่งของตำบลมะลวน ในสมัยสงครามที่พม่า ยกทัพเข้ามาตีเมืองไทย และพม่าได้เข้ามาตั้งค่ายอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดมะลวน และจะจับคนไทยไปขังไปไว้ในค่ายคนไทย จึงทำการสู้รับกับพม่าเมื่อพม่าตายไปก็จะนำไปฝังที่ ป่าช้า(เปรวพม่า)

      ในปัจจุบันได้มีอีกประวัติความเป็นมาหนึ่ง คือเมื่อสมัยจะมีการก่อสร้างทางรถไฟ ประมาณ 200 ปีที่แล้ว คนจีนเริ่มมาอยู่ตลาดคูแพรก แต่ก่อนเป็นตลาดคูแพรกนี้นับตั้งแต่วัดแหลมไผ่-หัวหาร มีบ้านคน 3 บ้านเท่านั้น เป็นทุ่งโล่งมีแนวถนนเป็นเลา ๆ สงสัยว่าสร้างในสมัยศรีวิชัยรุ่งเรือง และในทุ่งมีม้ามากคนจีนเห็นม้าจึงพูดว่าที่นี้มี ม้าล้วงๆ คือพูดไม่ชัดนั้นเอง สรุปคือมีม้าล้วน ๆ นั้นเอง จึงได้เพียนมาเป็นมะลวนในปัจจุบัน